‘รักบี้’ ใน ‘แอฟริกาใต้’ ตัวแทน ‘ระบอบอาณานิคม’

รากเหง้าทางกีฬาของแอฟริกาใต้นั้นมีเรื่องราวที่ลึกซึ้งสืบเนื่องมาจากในอดีตของอาณานิคม ในช่วงศตวรรษที่ 19 กีฬาในสหราชอาณาจักรรวมถึงอาณานิคมทั้งหลายถูกจัดระเบียบตามโครงสร้างของชนชั้น โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ Barbarians, Philistines และ Populace ซึ่งเราอธิบายสามพวกได้ดังนี้ “Barbarians” เป็นกลุ่มคนชั้นสูง เป็นพวกขุนนาง หรือผู้ดี “Philistines” เป็นชนชั้นกลาง และ “Populace” เป็นตัวแทนของกรรมกรชนชั้นแรงงาน

ตามการจำแนกประเภทชนชั้นแบบนี้ ทำให้เราเจาะจงได้ว่ากีฬาสร้างความเป็นปัจเจกชน ซึ่งมีการจัดการโดยกลุ่ม Barbarians ในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 พวกเขาพยายามรักษาโดยไม่ยอมให้ Populace หรือประชาชนเข้ามายุ่งกับกีฬาของพวกเขา ในขณะที่พวก Philistines พัฒนาเกมของตัวเองเช่น กรีฑา ฮอกกี้ ฟุตบอล และเทนนิส พวกเขายังแทรกซึมไปยังฐานของพวก Barbarine ที่มีกีฬาอย่างเช่น ปั่นจักรยาน พายเรือ รักบี้ หลังจากนั้นพวกเขาก็ยินดีที่จะให้ชนชั้น Populace เข้ามาเล่นกีฬาด้วย Philistines จำนวนมากเดินหน้าต่อไปพร้อมกับแนะนำเกมกีฬาด้วยแรงจูงใจทางศาสนาต่อชาวเมือง

การมีส่วนร่วมที่จำกัด

มีการจัดงานแข่งขันรักบี้ในแถบตะวันตกของแอฟริกาเป็นครั้งแรกในปี 1897 โดยเงื่อนไขในการเข้าร่วมได้ระบุเอาไว้อย่างชัดเจน “รับเฉพาะผู้มีเชื้อสายยุโรป” ในเมืองเวสเทิร์นเคป เมืองสเตลเลนบอช นักเรียนผิวขาวในพื้นที่แสดงความกังวลเกี่ยวกับการเล่นรักบี้กับพวก “คนผิวสี” บนผืนดินที่เรียกว่า Die Braak พวกเขาพอใจเมื่ออย่างมากเจ้าหน้าที่อนุมัติให้มีการแยกกันเล่น นี่เป็นภาพสะท้อนของสังคมในศตวรรษที่ 19 และ 20 ซึ่งผู้คนถูกรวมเข้าด้วยกันในขณะที่ถูกกีดกันจากการมีส่วนร่วมในการเล่นกีฬา หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองมีก็เริ่มมีแรงผลักดันไปสู่ความเป็นเอกภาพของคนผิวดำในหมู่สหพันธ์กีฬา ที่สะท้อนความคิดริเริ่มผ่านทางการเมืองที่ต่อต้านความเลื่อมล้ำเหล่านี้

ความชั่วร้ายยังคงหลงเหลืออยู่

จนถึงทุกวันนี้น่าตกใจที่ความเหลือมล้ำยังคงเกิดขึ้นอยู่ในวงการกีฬาของแอฟริกาใต้ สื่อมากมายได้รายงานเกี่ยวกับสถานที่เล่นกีฬาไม่เพียงพอ และขาดโอกาสในการมีส่วนร่วมในชุมชนที่ยากจน มีการคอรัปชั่นทุกหนแห่ง ผู้บริหารด้านกีฬาของแอฟริกาใต้พยายามที่จะจัดการกับความไม่เท่าเทียมกันในอดีตผ่านช่องทางการเมือง ในแอฟริกาใต้การศึกษาที่ดีนั้นถือเป็นกุญแจสู่โลกของการกีฬา อย่างไรก็ตามคนหนุ่มสาวจำนวนมากก็ไม่มีโอกาสในระดับนั้น เนื่องจากโรงเรียนและมหาวิทยาลัยมีอยู่เพียงไม่กี่แห่ง มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เลือกให้เป็นทีมตัวแทนระดับประเทศ ด้วยวิธีนี้การมีส่วนร่วมในการเล่นกีฬายุคใหม่ยังคงฝังรากอยู่ในวิกฤติของสังคมอาณานิคม มันจำเป็นที่เราจะต้องหันมาพูดคุยอย่างจริงจังว่าจะแก้ปัญหาความเลื่อมล้ำในแอฟริกาใต้ได้อย่างไร