การค้นพบภูเขาน้ำแข็งทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสมบูรณ์แบบในธรรมชาติ

เมื่อเร็วๆ นี้ นักวิทยาศาสตร์ขององค์กรนาซ่าพบกับภาพสุดน่าทึ่งระหว่างการบินสำรวจเหนือคาบสมุทรแอนตาร์คติค เมื่อเขาพบภูเขาน้ำแข็งที่ดูไม่เหมือนใครนั่นก็เพราะว่ามันมีรูปทรงของ “สี่เหลี่ยมผืนผ้า” ที่เกือบจะสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เคยพบมาในธรรมชาติ ถ้าไม่บอกว่านี่เกิดขึ้นเองคงจะคิดวาเป็นฝีมือของมนุษย์เสียอีก ภาพถ่ายบนเครื่องบินของ Jeremy Harbeck ได้ถูกแชร์ส่งต่อกันไปทั่วโลกภายในชั่วข้ามคืน สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้คนเป็นจำนวนมาก

รูปร่างของมันนั้นเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติแท้ๆ ไม่มีส่วนไหนเลยที่มีอะไรผิดปกติ โครงสร้างของมันประกอบไปด้วยรูปแบบคริสตัลของน้ำแข็ง นั่นหมายความว่ามันแตกหักออกมาจากแผ่นที่ใหญ่กว่าเป็นเส้นตรงยาวจนออกมาเป็นรูปร่างอย่างที่เราเห็น ในซีกโลกเหนือแผ่นน้ำแข็งนั้นตังอยู่บนพื้นหิน และแรงเสียดทานระหว่างน้ำแข็งกับพื้นดินทำให้ภูเขาน้ำแข็งก่อตัวขึ้นในรูปทรงที่ผิดปกติ ในทางตรงกันข้ามขอบของแผ่นน้ำแข็งแอนตาร์คติคส่วนใหญ่เกิดจากชั้นน้ำแข็งที่ลอยตัวอยู่ แผ่นน้ำแข็งเหล่านี้มีโอกาสที่จะแตกสลายตามโครงสร้างผลึกธรรมชาติของพวกมัน ส่งผลให้ภูเขาน้ำแข็งที่มักจะมีขอบตรงเรียบไปตลอดแนวยาว

บ่อยครั้งที่เรามักจะเห็นภูเขาน้ำแข็งที่มีรูปทรงเรขาคณิต แม้ว่ารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่สมบูรณ์แบบนั้นเป็นสิ่งที่ดูเหมือนจะผิดปกติจากธรรมชาติไปเสียหน่อย แต่ก็ใช่ว่ามันจะเกิดขึ้นไม่ได้เพียงแค่หาได้ยากเท่านั้น ในส่วนผนังของภูเขาน้ำแข็งใหม่นี้มันเป็นแนวตั้งเกือบสมบูรณ์แบบ คาดว่ามันเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ เมื่อเวลาผ่านไปคลื่นจะเริ่มเซาะขอบเหล่านี้จนพังในที่สุด สุดท้ายแล้วน้ำแข็งก้อนนี้ก็จะเริ่มหดลงเรื่อยๆ จนกระทั่งแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยต่อไป

การเดินทางของภูเขาน้ำแข็ง

โดยส่วนใหญ่แล้วภูเขาน้ำแข็งก็จะเริ่มเดินทางออกไปจากที่ที่มันก่อตัว ในขณะที่ภูเขาน้ำแข็งขั้วโลกใต้ลอยไป กระแสน้ำในมหาสมุทรจะนำพาพวกมันไปทั่วชายฝั่ง อากาศที่เปลี่ยนแปลงในทะเลหมายถึงพวกมันจะค่อยๆ ละลายไปอย่างช้าๆ ในขณะที่ภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่สามารถอยู่รอดได้เป็นเวลาหลายปี พวกมันสามารถเดินทางขึ้นเหนือออกไปไกลถึงน่านน้ำชายฝั่งแอนตาร์กติก มีการติดตามภูเขาเหล่านี้ด้วยดาวเทียมโดยศูนย์น้ำแข็งแห่งชาติสหรัฐในกรณีที่มันลอยเข้ามาในเส้นทางเดินเรือ ภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบมีชื่อว่า B-15 มันลอยออกมาจากแอนตาร์กติกาในปี 2000 เศษเล็กเศษน้อยบางส่วนของมันยังคงมีอยู่ให้เห็นใกล้กับเกาะเซาท์จอร์เจีย ชิ้นส่วนอื่นๆ ของ B-15 เดินทางออกจากมหาสมุทรใต้โดยปรากฏห่างจากชายฝั่งนิวซีแลนด์เพียง 60 กิโลเมตร (37 ไมล์)