ทำความรู้จักและเรียนรู้กับความอ้วนก่อนหน้าที่จะลดน้ำหนัก

ความเชื่ออย่างหนึ่งในการที่ทำให้หลายๆคนพบเจอกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความอ้วนสิ่งแรกที่หลายๆคนคิดก่อนหน้าสิ่งอื่นใดคือการอดอาหารเพื่อลดความอ้วนและหักโหมในการออกกำลังกายเพื่อให้ตัวเองผอมและมีน้ำหนักตัวเลขที่ลดลง แต่โรงพยาบาลกรุงเทพได้ออกมากล่าวว่าสิ่งต่างๆเหล่านั้นมันเป็นความเชื่อที่ผิดและยังให้เหตุผลและวิธีการในการลดน้ำหนักที่ถูกต้องไว้ดังนี้

การลดความอ้วนมีแก่นที่แท้จริงคือการลดไขมัน

การกินอาหารเข้าไปในปริมาณที่มากกว่าการเผาผลาญไปจะถูกเก็บและสะสมไว้ให้กลายเป็นไขมันซ้อนกันเป็นชั้นๆเพิ่มมากขึ้นทุกวันๆให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นและกลายเป็นโรคอ้วนในที่สุด ดังนั้นการลดความอ้วนที่ถูกต้องอย่างแท้จริงนั้น คือ การกำจัดไขมันส่วนเกินที่กินเพิ่มขึ้นไป ไขมันส่วนเกินต่างๆเหล่านี้เป็นภัยร้ายอย่างหนึ่งในการเกาะตามชั้นผิวหนัง และ แทรกซึมอยู่ภายในอวัยวะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ตับ ตับอ่อน ลำไส้ และหัวใจ ซึ่งจะทำให้เกิดโรคร้ายอื่นๆตามมา เช่น เบาหวาน ข้อเสื่อม โรคหัวใจ หลอดเลือดสมองตีบ ความดันเลือดสูง และปัญหาด้านจิตใจ

สร้างกล้ามเนื้อเข้ามาแทนพื้นที่ทางไขมัน

สร้างเป้าหมายที่ควรทำอย่างการลดความอ้วนในการลดไขมันส่วนเกินและแทนที่ด้วยกล้ามเนื้อ หากมีการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อเข้าไปจะทำให้ระบบเผาผลาญเมตาบอลิซึมทำงานได้เป็นอย่างดี อาหารที่กินเข้าไปจะไม่สะสมในจำนวนมากและแปรสภาพเป็นไขมันส่วนเกิน การอดอาหารไม่ใช่การลดความอ้วนแต่ให้เพิ่มมวลกล้ามเนื้อเข้าไปแทน ตัวเลขบนตราชั่งไม่ได้เป็นการชี้วัดถึงการลดความอ้วน แต่เป็นเพียงส่วนเสริมที่ให้สังเกตุเห็นถึงมวลรวมการเปลี่ยนแปลง

สาเหตุที่ทำให้ร่างกายเกิดอาการโยโย่

พฤติกรรมต่างๆที่จะทำให้ร่างกายเกิดสาเหตุโยโย่

– การหักโหมทางด้านออกกำลังกายอย่างหนักหน่วง

– อดอาหารบางมื้อกินบางมื้อ

– งดทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตและไขมัน ทานเพียงแค่ผักและผลไม้

– ทานอาหารซ้ำๆติดต่อกันระบบเผาผลาญจะลดการทำงานน้อยลง ทำให้เกิดภาวะความเสี่ยงต่อการขาดสารอาหาร เมื่อร่างกายผอมลงจะทำให้สูญเสียมวลกล้ามเนื้อและทำให้ระบบเผาผลาญพัง

วิธีการลดความอ้วนที่ถูกต้องจากทีมวิจัยแพทย์

กินให้ถูกต้องตามหลักและวิธีการ

หลักการสำคัญที่ควรยึดถือในการลดความอ้วนคือ “หนักเช้า เบาเที่ยง เลี่ยงเย็น เว้นดึก”

มื้อเช้าเป็นสิ่งสำคัญเรียกได้ว่าเป็นมื้อหลักของการทำงานในร่างกาย มื้อเที่ยงทานประมาณครึ่งหนึ่งของอาหารเช้า และ ทานมื้อเย็นก่อน 6 โมง หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เน้นทานผัก ผลไม้หวานน้อย เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน และ อาหารที่มีไขมันสูง แต่ต้องครบ 5 หมู่ เข้านอนช่วง 4-5 ทุ่ม

ออกกำลังกาย 30 นาทีอย่างน้อยเป็นประจำทุกวัน

การควบคุมอาหารสิ่งที่มาควบคู่อีกอย่างหนึ่งที่ส่งผลให้เห็นได้อย่างเด่นชัดคือการออกกำลังกาย เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ไขมันลดลงและถูกแทนที่เข้ามาด้วยกล้ามเนื้อ การเริ่มต้นในช่วงแรกๆไม่ควรหักโหมมากนัก อาจจะเริ่มต้นที่การเดินเร็วและก้าวเท้ายาว แกว่งแขน ประมาณ 30 นาที ติดต่อกัน 5 วันต่อสัปดาห์

การทำเวทเทรนนิ่งจะช่วยให้กล้ามเนื้อช่วยระบบเผาผลาญในร่างกายดีขึ้น ยกตัวอย่าง การเดินเร็ว 1 ชั่วโมงหรือ ประมาณ 6 กิโลเมตร จะใช้พลังงานอยู่ที่ 350 แคลลอรี่

ความเครียดของสภาพจิตใจส่งผลต่อการทำให้อ้วน

ในกรณีนี้สำหรับบางคนเมื่อเกิดความตึงเครียด ร่างกายจะหลั่งสารฮอร์โมนความเครียดชื่อ คอร์ติโซล (Cortisol) ทำให้เกิดความต้องการในการกินอาหารมากๆ

โดยเฉพาะของหวานและของมัน การสะสมของไขมันในร่างกายทำให้ต้องกินอาหารเข้าไปเพื่อทำให้อารมณ์ดี วิธีคลายเครียดที่ได้ผลดีที่สุด คือ การออกกำลังกาย เพราะจะหลั่งสารเอ็นโดรฟิน (Endorphin) เพื่อทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย